Story Telling‎ > ‎VSA staff blog‎ > ‎

beside Vietnam

เรื่องนอกสายตาที่เวียดนาม

การเดินทางเพื่อไปประชุม NVDA 2nd PR Summit and Annual Meeting 17 - 21 มกราคม 2556 ที่ Thai Hai ประเทศเวียดนาม นอกเหนือจากเรื่องราวเกี่ยวกับการประชุมแล้ว ยังมีเรื่องที่อยู่นอกสายตามาเล่าสู่กันฟัง แก้คิดถึง และเป็นการขอบคุณประเทศปลายทางทีท่านเป็นดังที่ท่านเป็น ทำให้เราได้เรียนรู้ท่าน ว่าท่านเป็นมีความแตกต่างจากเราอย่างไร


เธอกลับมาฉันดีใจ เป็นอย่างไรมาเล่าสู่กันฟัง

ณ สนามบิน Noi Bai ฮานอย International Arriva' Gate

ภาพผู้คนทุกเพศทุกวัย มารอรับคนที่ตนรักกลับบ้านอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง บ้างชะเง้อแง้แลมองภาพใบหน้าคุ้นชินของคนที่ตนรอคอย เมื่อสายตาปะทะกันว่าใช่แท้แน่นอนแล้ว รอยยิ้มของทั้งฝ่าย ทั้งของ "ผู้มารับ" และฝ่าย "ผู้มาถึง" ก็เผยกว้างขึ้นพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างวิ่งเข้าหากัน สวมกอดแนบแน่น ช่อดอกไม้ในมือของ "ผู้มารับ" ถูกส่งผ่านไปยัง "ผู้กลับมา"

ที่สนามบิน Noi Bai ชั้นล่างซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้โดยสารจะเดินทางมาถึง มีร้านขายดอกไม้หลายร้าน ที่สามารถสนองความต้องการให้กับผู้มารับที่จะซื้อดอกไม้มอบให้กับผู้ที่ตนมารอรับอยู่ที่สนามบิน ดอกไม้ถือเป็นตัวแทน ความรัก ความคิดถึง ความห่วงใย และความเอาใจใส่ นอกเหนือจากภาษากาย คือการสวมกอด การถามไถ่ ช่อดอกไม้ถือเป็นวัตถุตัวแทนความรู้สึกที่สวยงามอย่างดี ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ที่ประเทศไทยแล้ว (หรือไม่เคยมีพฤติกรรมการแสดงความรู้สึกแบบนี้ในประเทศของเรา)

ภาพคุ้นเคยของการมอบช่อดอกไม้ในประเทศไทยมักจะเกิดขึ้นในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ไล่เรื่อยลงมาระดับมัธยมศึกษา ในพิธีปัจฉิมนิเทศน์ ประถมศึกษา และระดับอนุบาล ที่จะมีพิธีมอบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา

ในรายการหนังพาไป มีพฤติกรรมที่คล้ายกันของชาวพม่าที่มารอรับญาติพี่น้องที่เพิ่งเดินทางกลับมาต่างถิ่น แม้จะไม่มีช่อดอกไม้ หรือวัตถุแสดงความรู้สึกใด ๆ มอบให้แก่ "ผู้กลับมา" แต่แววตาของการรอคอย การแบกผู้มาถึงขึ้นบ่า หามกลับบ้าน การสำรวจเสื้อผ้า จับเนื้อต้องตัว ผู้มาถึง เป็นการแสดงความรู้สึกดีใจที่เป้าหมายของการรอคอยนั้นมาถึงแล้ว

ณ ท่ากาศยานสุวรรณภูมิ ท่ากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานหาดใหญ่

เราไม่เห็นภาพช่อดอกไม้ ไม่เห็นภาพสวมกอด มีเพียงรอยยิ้มเล็กน้อยของผู้มารับ ที่พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกภายในไว้ว่าดีใจเพียงใดที่ได้พบหน้า ทั้งที่เราอยากกอด อยากหอมแก้ม อยากจะกระโดดโลดเต้น แต่เรากลบมันไว้ภายใน เอ๊ะ หรือเราไม่ได้รู้สึกว่าการมาถึง มันมีค่ามากมายถึงเพียงนั้นเสียแล้ว

สังคมเราพัฒนาทางวัตถุมากขึ้น แต่การให้คุณค่าเชิงจิตใจกลับน้อยลง เรากลับกลัว หรืออายที่จะแสดงความรู้สึกเบื้องภายในในที่สาธารณะ บทสนทนา อย่างเมามัน และความเป็นตัวเองจะเกิดขึ้น ภายหลังจากที่ทุกคนได้เข้าไปนั่งอยู่ภายในรถส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว


ละเลียด ละเอียดอ่อน

ณ หมู่บ้าน Thai Hai

เราพบสายตาปราศจากความรู้สึกแอบแฝงใด ๆ จากเจ้าบ้านที่รอต้อนรับตั้งแต่ลงจากรถ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวไทยไฮ กลุ่มคนไร้ค่าที่ไม่มีใครเหลียวแล รวมตัวกัน 70 คนเมื่อราว 10 ปีก่อน สร้างบ้านแปลงเมืองด้วยทรัพยากรที่มี เช่น ไม้ไผ่ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ จนปัจจุบันหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้จดทะเบียนเป็นบริษัท ขายพืชผลทางการเกษตรปลอดสารพิษ เปิดเป็นที่พัก และจัดประชุมสัมมนา เปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ มีผลผลิตจากไร่ชาแบบ organic และมีเหล้าพื้นเมืองเป็นอีกหนึ่งสินค้าน่าสนใจ


ชาวบ้านพักอาศัยอยู่ในบ้านแบบไม่มีฝาบ้าน กว้างประมาณ 10*6 เมตร ลักษณะสองขั้น ใต้ถุนโล่ง มีห้องโถงกว้าง และห้องเล็กสำหรับเก็บของ อยู่ด้านบน บริเวณห้องโถงใช้ในการทำกิจกรรมของครอบครัวทุกอย่าง กิน นอน พูดคุย รับแขก ในยามที่มีแขกเช่นเรามาร่วมพัก เจ้าของบ้านจะเข้าไปนอนรวมกันอยู่ในห้องเล็ก อุทิศพื้นที่ห้องโถงกว้างใหญ่ให้ผู้มาเยือน


อากาศที่หนาวเหน็บในฤดูหนาว ห้องโถงกว้างที่คาดว่าจะโปร่งสบายในฤดูร้อน กลับกลายเป็นบ้านที่หนาวเหน็บ ไม่แม้แต่จะสามารถปกป้องลมหนาวให้กับเราชาวเส้นศูนย์สูตรที่อุณหูมิร้อนตลอดปีได้ ชีวิตที่มาจาก 33 องศาตลอดปีจึงต้องปรับตัวขนานใหญ่


สิ่งที่ผิดแผกแปลกไปจากนิสัยนิสัยของชาวใต้เช่นเรา คือความละเอียดอ่อนเรื่องความสะอาด อาจเพราะเรามาจากพื้นที่ที่ลมแรง ลมสามารถพัดพาเอาฝุ่นเข้าบ้านได้ตลอดเวลา หลังจากทำความสะอาดไปแล้วเพียงหนึ่งนาที ทำให้เรามีความใส่ใจน้อยลงกับเรื่องของความสะอาด แต่ที่ไทยไฮ ผู้ดูแลของเรา เช็ดล้อกระเป๋าที่ถูกลากลงจากรถแท็กซี่ ก่อนนำขึ้นไปบนบ้าน จัดวางรองเท้าบริเวณตีนบันไดให้เป็นระเบียบทุกครั้งที่ระเกะระกะ ล้างเศษดินจากรองเท้าที่ถูกใส่เข้าไปย่ำพื้นเปียกในห้องน้ำทุกครั้งที่มีการใช้ เสริฟชาทันทีทุกครั้งที่มีผู้มานั่งพักชมบรรยากาศบริเวณลานน้ำชาริมน้ำ ท่าทีละเมียดละไมในการชงชา เติมน้ำร้อน ไม่แปลกใจที่คนไทยหลายคนกล่าว "สาวชาวเวียดนามนั้นสวย" ซึ่งเราตีความต่อไปว่า อาจจะมาจากความงดงามของจริตกิริยาของสาวเวียดยามนี้เอง

คาดว่าสาวชาวเหนือน่าจะมีจริตกิริยาไม่แตกต่างนักกับสาวชาวเวียดนาม แต่สาวชาวใต้ริมทะเลเยี่ยงเรานั้น ดูจะห่างไกลไปเสียหน่อย









Gate/VSA

Comments