ยอด จริง ๆ นะ

ตั้งแต่สมัยปริญญาตรีเป็นคนที่ชอบออกค่ายอาสาอยู่แล้ว จำไม่ได้ว่ารู้จัก VSA Thailand ได้อย่างไร รู้แต่เพียงว่าเป็นเพจหนึ่งที่ติดตามใน Facebook เพราะคิดว่าหากมีโอกาสอยากลองไปค่ายอาสาที่ต่างประเทศ หลายปีผ่านไปเพิ่งได้มีโอกาสเข้าร่วม workcamp ตอนเรียนจบปริญญาโท ณ ประเทศนอร์เวย์ เหตุที่เลือกไปค่ายที่เบลเยียมเพราะ 1) ช่วงเวลาที่เหมาะสม 2) ค่ายจัดที่ Asylum Seeker Reception Center (Centre d'acceuil La Jastrée เมือง Barvaux ซึ่งบริหารจัดการโดย Belgian Red Cross เนื่องจากเรียนปริญญาโทด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ จึงอยากลองทำงานกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ และ 3) ไม่ไกลจากนอร์เวย์ มีวีซ่าอยู่แล้ว จึงประหยัดค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวไปได้มาก

วินาทีแรกที่ถึง Barvaux คืองงว่าที่นี่ที่ไหน สถานีรถไฟไม่มีอะไรเลยแม้แต่เจ้าหน้าที่ ตัวตึกร้างมาก มีแต่ป้ายบอกว่าที่นี่คือ Barvaux จริง ๆ เรียกว่าชุมทางน่าจะเหมาะว่า หัวเราะเจื่อนๆ บอกกับตัวเองว่า “I put myself in the middle of nowhere again” อ่านไม่ผิดหรอก คือมัน again จริง ๆ ค่ายอาสาครั้งแรกที่ไปในประเทศไทยอยู่ในอำเภออมก๋อย เมื่อสิบปีที่แล้วพอบอกใคร ๆ ว่าจะไปอมก๋อย มีแต่คน “ฮะ! ที่ไหนนะ อยู่ส่วนในของประเทศ” หึ! คราวนี้ไม่ใช่แค่ประเทศ แต่อยู่ส่วนไหนของโลกเลยกันเลยทีเดียว


แต่ Barvaux กลับเป็นเมืองที่น่ารัก อยู่ในหุบ แต่ไม่ใช่หุบเขา mountain คือภูเขา แต่ที่ Barvaux มี เรียกว่า hill คนไทยเรียกเนินใช่ไหม แต่ไม่เคยได้ยินคำว่าหุบเนินนะ สรุปว่าอยู่ในหุบแล้วกัน เมืองทั้งเมืองเดิน 10 นาทีหมด ถึงเมืองจะเล็กแต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน public space ดี มีคลองไหลผ่าน พายเรือคายัคได้ มีโบสถ์ ปั๊มน้ำมัน ไปรษณีย์ ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์ที่ปิดสองทุ่ม!



ภายในค่ายประกอบไปด้วยอาสาสมัคร 8 คน รวม camp leader จาก 5 ประเทศ (ไทย ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมันนี รัสเซีย) เจ้าหน้าที่จากสภากาชาด และเยาวชนชาย อายุ 14-17 ปี ประมาณ 65 คน จากประเทศอัฟกานิสถาน อัลบาเนีย กินี และโซมาเลีย เยาวชนเหล่านี้ย้ายมายุโรปโดยที่ไม่มีพ่อ แม่ หรือผู้ปกครอง แต่ไม่ได้หมายความว่ากำพร้านะ หลายคนถูกส่งมาเพราะครอบครัวอยากให้มีอนาคตที่ดีกว่าอยู่ในประเทศตนเอง



จุดประสงค์หลักของค่ายนี้คือสร้าง greenhouse ให้กับศูนย์ไว้ใช้เพาะปลูก โดยทุกคนจะช่วยกันทำงานในช่วงเช้า และทำกิจกรรมกับเยาวชนในช่วงบ่าย เช่น ฟุตบอล ดอจบอล บาสเก็ตบอล เกมสันทนาการต่าง ๆ ตามแต่ที่จะนึกออกและสร้างสรรค์ได้ในแต่ละวัน บ้านเรือนกระจกสร้างเสร็จตั้งแต่สัปดาห์แรก พวกเราจึงมีเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ในการทำงานอาสาสาสมัครด้านอื่นเพิ่มเติม เช่น ทาสีกำแพง วาดกำแพงกับเยาวชน ทำคัตเอาท์ที่เขียนข้อความสร้างแรงบันดาลใจแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “The best way to predict the future is to create it” และทำอาหารเย็น โดยปกติที่ค่ายนี้จะมีคนจัดเตรียมอาหารให้ทั้งสามมื้อ เนื่องด้วยต้องทำเลี้ยงคนเป็นจำนวนมาก ระเบียบข้อบังคับในการทำอาหารและการใช้ครัวจึงต้องเข้มงวด โดยวันที่พวกเราได้รับอนุญาตให้ทำอาหารนั้น เราเลือกที่จะทำแกงกะหรี่ แต่อย่าคิดว่าเป็นแกงกะหรี่แบบไทย ๆ เชียว คือเป็นแกงที่ fusion มาก ใส่กระเทียมสับและมันหวานลงไปในแกงด้วย แต่ก็นั่นแหละ วัตถุดิบมีจำกัด และคนทำไม่ได้มีแค่เราคนเดียว เราคงทำให้ออกมาเป็นแกงไทยเป๊ะ ๆ ไม่ได้ ต้อง compromise กัน เจอกันคนละครึ่งทาง แต่สุดท้ายก็ออกมาอร่อย ทุกคนแฮปปี้


สิ่งอำนวยความสะดวกในค่ายนี้ต้องถือว่าค่อนข้างดีมาก เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าใช้ฟรี ห้องนอนถึงแม้อาสาสมัครจะนอนรวมกันหมด แต่ก็มีม่านกั้นฝั่งผู้ชายและฝั่งผู้หญิง ห้องน้ำสะอาดถึงแม้จะกลิ่นแรงไปหน่อย แต่เกิดจากการที่ปิดมานาน ไม่ค่อยได้ใช้งาน ห้องอาบน้ำถึงแม้จะอยู่คนละตึก แต่มีความเป็นส่วนตัว และที่สำคัญคือมีน้ำอุ่น

ค่ายนี้โดยรวมถือว่าราบรื่นดี อาสาสมัครทุกคนให้ความร่วมมือในการทำงานและกิจกรรมต่าง ๆ อัธยาศัยดีมาก เลยทำให้สนิทกันอย่างรวดเร็ว กล้าคุย กล้าเล่น กล้าแกล้งกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะมีบางครั้งที่เพื่อนบางคน culture shocked กับบางพฤติกรรมของเพื่อนต่างชาติ เช่น การที่เพื่อนผู้หญิงชาวเยอรมันเอามือเย็น ๆ สอดเข้าไปใต้เสื้อเพื่อแกล้งแตะตัวเพื่อนผู้ชายชาวอิตาลี คือเพื่อนผู้หญิงรัสเซียมองว่ามันถึงเนื้อถึงตัวเกินไป แต่เรื่องแบบนี้หญิงไทยกับเฉยค่ะ ไม่ใช่ไม่(เคย)ช็อคนะคะ แต่เพราะอยู่นอร์เวย์มาเกือบ 3 ปี ภูมิคุ้มกันดี ช็อคจนเลิกช็อคไปแล้ว ชิน!

ค่ายนี้เป็นค่ายที่ค่อนข้าง practical และ emotional ยิ่งได้รู้จักและพูดคุยกับเยาวชนมากเท่าไหร่ จะยิ่งรู้สึกสงสารและผูกพันกับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น ลองจินตนาการตัวเองในวัยนี้ดูว่าเราจะอยู่อย่างไรโดยที่ไม่มีพ่อแม่และครอบครัว พวกเขามีทางเลือกไม่มาก อาจจะเศร้าบาง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง แต่รอยยิ้มของพวกเขาก็ยังสดใสและจริงใจเสมอ จะมาค่ายที่มีแต่วัยรุ่นแบบนี้ต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ อยู่กับวัยรุ่นก็ต้องทำตัวให้เป็นวัยรุ่นค่ะ พลังเยอะ active ตลอดเวลา

ขอบคุณ ... อะไรก็ตามที่ทำให้เราได้มาพบกัน ทั้งเพื่อนอาสาสมัคร เยาวชน เจ้าหน้าที่ทั้งในไทยและเบลเยียม

People and stories shared during the travel is more important than the destination.

จริง ๆ นะ :)

 

ยอด

2017.04.24
Comments