Story Telling‎ > ‎VSA staff blog‎ > ‎

Change


ปีก่อน ครั้งที่ฉันมีโอกาสได้ไปเยือนยุโรปครั้งแรก ในฐานะอาสาสมัครโครงการเสริมสร้างสร้างความสัมพันธ์อาสาสมัครเอเชีย-ยุโรป AEVTP (Asia-Europe Voluntary Team Building Partnership) หนึ่งในทีมงานผู้จัดกิจกรรมครั้งนั้น คือผู้ก่อตั้งองค์กรอาสาสมัครจากประเทศเวียดนาม ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันเดินทางไกลคนเดียว มีแต่ความไม่รู้และความกลัวมากมาย ผู้ก่อตั้งองค์กรชาวเวียดนามคนนี้ก็ดูจะรำคาญอาสาสมัครไทยไร้ประสบการณ์คนนี้เสียมาก ฉันโดนเหน็บแนม เสียดสี ประชดประชัน ตลอดระยะเวลาการประชุมเตรียมการที่ปารีสตลอดทั้งหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่เบลเยี่ยม และกลับมาฝรั่งเศสอีกครั้ง รวมระยะเวลาในยุโรปสองเดือน ก่อนกลับบ้านเกิด

หลังจากกลับประเทศไทยได้หนึ่งเดือน โชคดีที่ฉันได้รับคัดเลือกจากโครงการอีกครั้งให้เป็นตัวแทนในการประชุมประเมินผลที่ประเทศญี่ปุ่นอีกหนึ่งสัปดาห์ ครั้งนั้นความสัมพันธ์ระหว่างฉันและผู้นำองค์กรชาวเวียดนามดีขึ้น เพราะประสบการณ์สองเดือนในยุโรปสอนให้ฉันเติบโตขึ้น รู้จักที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น

ในวันนั้นฉันคืออาสาสมัครไทยที่แสนธรรมดา ในสายตาของเหล่าทีมงาน และดูเหมือนจะเป็นจุดอ่อนของทีม เพราะฉันมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมกลางคัน ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้จนจบ แม้กระทั่งฉันขอให้ทีมงานแยกเราออกจากการทำกิจกรรมร่วมกันในฝรั่งเศส ทั้งที่ประเด็นหลักของโครงการคือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ณ วันนี้.. ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการเครือข่ายเพื่อการพัฒนาเอเชีย (NVDA) ฉันต้องตัดสินใจลงคะแนนให้กับผู้นำองค์กรชาวเวียนามคนเดิม ผู้ซึ่งจัดตั้งองค์กรใหม่ในประเทศเวียดนาม และขอให้องค์ใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเข้าเป็นสมาชิกภายในเครือข่ายฯ

ประโยคแรกหลังจากได้รับเชิญจากเขาให้คณะกรรมการเครือข่ายฯ ทั้งห้าคนร่วมรับประทานอาหารที่บ้านเขา ความรู้สึกของความไม่แน่นอนต่าง ๆ ผุดขึ้นมาในจิตใจ ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ คนที่สำหรับฉันเขาคือผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เห็นเรามาตั้งแต่เด็ก แต่ในวันนี้ฉันพูดกับเขาในฐานะคนที่มีหน้าที่ในการตัดสินชะตาองค์กรที่เขาสร้างขึ้น

คำว่า "We did not decide yet and we would like to receive some more information from you..." ไม่น่าเชื่อว่าคำว่า "We" หรือกลุ่มบุคคลผู้ที่มีอำนาจนั้น จะมีฉัน (เด็กน้อยในสายตาเขา) รวมอยู่ด้วย

ข้อสรุปไม่ใช่ว่าในวันนี้เราก้าวมาอยู่ในจุดที่มีอำนาจเหนือใคร แต่สิ่งสำคัญคือเราไม่สามารถปักใจได้เลยว่าอีก 9 ปีข้างหน้า เราจะอยู่ในสถานะใด สูงขึ้นหรือต่ำลง ความไม่แน่นอนคือธรรมดาของโลก

จริญญา กฤติกานต์



 

Comments